แนะวัยรุ่น “ยืดอก พกถุง” ป้องกันเอดส์


สรุปประเด็นข่าวโดยกระปุกดอทคอม
น.พ.มงคล ณ สงขลา รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้สังคมไทยเผชิญปัญหาวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เร็วทำให้เกิดปัญหาเอดส์ ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ การทำแท้ง ทั้งนี้ จากการสำรวจของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ ก.ย.2547 – มิ.ย.2550 พบว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์ประมาณ 50% อยู่ในกลุ่มอายุ 25 – 34 ปี และในกลุ่มเยาวชนอายุ 15 – 19 ปี เพศหญิงป่วยเป็นโรคเอดส์มากกว่าเพศชาย 2 เท่า และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง เนื่องจากส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การสอนเรื่องเพศศึกษาไม่ครอบคลุมในทุกแห่ง และพ่อแม่กล้าพูดคุยเรื่องเพศกับลูก
“การกล้าซื้อถุงยางอนามัยและพกติดตัวและใช้ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ จะช่วยป้องกันโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อาทิ ไวรัสต่างๆ เชื้อรา แบคทีเรีย ฯลฯ เช่นเดียวกับการป้องกันโรคทางเดินอาหาร ที่ต้องใช้ช้อนกลางตักอาหาร เอาช้อนตักอาหารก็เหมือนกับว่ามีโอกาสแพร่เชื้อจากปากเราลงอาหาร เพราะฉะนั้น สธ.จึงรณรงค์ให้วัยรุ่นกล้าในการพกและใช้ถุงยางอนามัย ต่อไปนี้คนที่พกถุงยางอนามัยเป็นคนมีเกียรติ มีความรับผิดชอบ เพราะไม่ต้องการแพร่เชื้อไปให้คนรอบข้าง อยากให้คนไทยพกถุงยางอนามัยเป็นนิสัยตลอดเวลา” น.พ.มงคลกล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามวัยรุ่นที่ไม่ใช้ถุงยางอนามัยพบว่า ส่วนใหญ่ผู้หญิงอายผู้ขายจึงไม่กล้าซื้อและพกติดตัว เพราะมีความเชื่อว่าคนที่พกถุงยางอนามัยเป็นคนเซ็กซ์จัด หมกมุ่นเรื่องเพศ และไม่กล้าใช้ถุงอนามัยกับแฟน เพราะเกรงว่าแฟนจะรังเกียจ ไม่รักไม่ไว้ใจ จะใช้เมื่อซื้อบริการทางเพศเท่านั้น ถือว่าเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะทุกครั้งที่ไม่สวมถุงยางไม่ว่าจะมีเพศสัมพันธ์กับใคร ก็ถือว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทั้งสิ้น
แนะวัยรุ่น “ยืดอก พกถุง” ป้องกันเอดส์